จังหวัดสุรินทร์ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำดิบทำน้ำประปาเหลือน้อย
จังหวัดสุรินทร์ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำดิบทำน้ำประปาเหลือน้อย
จากสาเหตุการเกิดภัยแล้งของจังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกในปี พ.ศ. 2561 มีเพียง 900 mm คิดเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ของค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 17 แห่งในจังหวัดเพียง 131 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ของค่าเฉลี่ย อีกทั้งสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำในจากการระเหย กอบกับปีพ.ศ. 2562 ในเวลาปัจจุบัน มีฝนตกลงมาเพียง 316 มิลลิเมตร คิดเป็น 26 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพียง 13 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 2.1 เปอร์เซ็นต์ ของค่าเฉลี่ย จึงทำให้เกิดภาวะภัยแล้งในปัจจุบัน
ดังนั้นจังหวัดสุรินทร์จึงได้ระดมสรรพกำลังทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำดิบทำน้ำประปาเหลือน้อยโดยเฉพาะอ่างหลักที่ใช้ทำทำน้ำประปาหล่อเลี้ยงชมชนเมืองสุรินทร์อย่างห้วยเสนง ที่มีปริมาณน้ำเหลือน้อยที่สุดในรอบหลายๆปีหรือน้อยที่สุดที่สร้างอ่างมาก็ว่าได้ เนื่องจากในปีนี้จังหวัดสุรินทร์มีปริมาณฝนตกน้อยมากทำให้ไม่มีมวลน้ำไหลลงสู่อ่าง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงซึ่งเป็นอ่างหลักในการผลิตน้ำประปาจ่ายหล่อเลี้ยงในตัวเมืองสุรินทร์เดือนละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเหลืออยู่เพียงไม่ถึงล้านลูกบาศก์เมตรจากความจุกว่า 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะเดียวกันอ่างเก็บน้ำอำปึล ซึ่งเป็นอ่างพี่เลี้ยงคอยส่งน้ำให้กับห้วยเสนง ก็มีปริมาณน้ำน้อยที่สุดเช่นกันจากความจุทั้งหมดกว่า 27 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นวิกฤตน้ำไม่เพียงพอในการใช้อุปโภคบริโภคของประชาชนในเขตชุมชนเมืองถ้าฝนไม่ตกลงมาในช่วงนี้ คิดว่าจะมีน้ำใช้ไปจนถึงประมาณสิ้นเดือนสิงหาคม
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจังหวัดสุรินทร์อย่างเร่งด่วนจึงได้การดำเนินการดังนี้ขุดร่องน้ำที่มีอยู่ในแอ่งต่างๆบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงให้ไหลไปรวมกับที่บริเวณเครื่องสูงน้ำทำน้ำประปาของการประปาสุรินทร์ ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว
การขอรับการสนับสนุนฝนหลวงทำฝนเทียมเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และเหนืออ่างเก็บน้ำซึ่งทางฝนหลวงได้ตั้งหน่วยขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์และได้บินขึ้นทำฝนเทียมทุกวัน ๆละ 2 – 3 เที่ยว
ขอให้ทุกหน่วยงานที่มีเครื่องมือเครื่องจักร และอุปกรณ์ ได้เตรียมพร้อมเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน
ขุดบาดาลโดยรอบอ่างเก็บน้ำเพื่อสูบน้ำเข้าอ่างซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ และการหาแหล่งน้ำดิบจากแหล่งอื่นๆที่มีโดยรอบอ่างเก็บน้ำเพื่อผันน้ำมาช่วย เช่นอ่างน้ำตาของมหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ จากฝายขั้นน้ำลำชีบริเวณบ้านใหม่ และน้ำจากบ่อระเบิดหินเขาสวาย เป็นต้น
ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนที่ดำเนินการแล้วในขณะนี้คือ ใช้เครื่องสูบน้ำคลองประปาสูบน้ำจากลำห้วยเสนงเข้าโรงกรองน้ำโดยตรงอัตราการสูบ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำราชมงคล หรืออ่างน้ำตา ปริมาณน้ำ 250 ลูกบาศก์เมตร ลงสู่ลำห้วยเสน่ง และใช้ฝายหลังศูนย์ประมงกักไว้ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรแล้วสูบเข้าโรงกรองน้ำประปาของกาประปาสุรินทร์ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว ใช้รถแม็คโฮร์ลงโป๊ะเข้าขุดร่องชักน้ำจากบริเวณแหล่งน้ำที่ค้างอยู่ในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงให้เข้าสู่จุดสูบน้ำของการประปาอัตราการสูบ 2,6400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เปิดน้ำจากอ่างน้ำอำปึลซึ่งเป็นอ่างพวงของอ่างเก็บน้ำห้วยแสลงลงมาเติม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยแสดงอีกวันละ 5 แสน ลูกบาศก์เมตร สำรวจบ่อหินเอกชนจากเขาสวายที่มีน้ำอยู่ประมาณ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรมาใช้โดยใช้วิธีสูบน้ำจากอ่างหินลงไปยังลำน้ำธรรมชาติและปล่อยให้ไหลลงอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร โดยจะเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน
จึงขอประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบข้อเท็จจริง และ ไม่ต้องตื่นตระหนกกับวิกฤตในครั้งนี้ เนื่องจากทุกภาคส่วนได้มีแนวทางเตรียมพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยจะสามารถมีน้ำประปาใช้ไปจนผ่านวิกฤตหรือจนกว่าฝนจะตกตามฤดูกาล แต่ที่สำคัญขอความร่วมมือประประชาชนได้ใช้น้ำอย่างประหยัด และใช้อย่างคุ้มค่า
Cr. ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส.สุรินทร์/รายงาน








ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น